งบการเงินส่วนตัว ที่ใครหลายคนไม่เข้าใจ และคอยมองข้ามเสมอมา ไปจนกระทั่งว่า ไม่กล้าจะจัดการเงินของตัวเองเพราะมันอาจจะดูแย่ อย่าเพิ่งคิดอะไรไปเยอะ กลับมาที่วิธีการก่อนว่า เราจะเริ่มต้นยังไงกันดี ทำตามนี้เลย
งบการเงินส่วนตัว เริ่มจัดการยังไง
1.Net Worth (ความมั่งคั่งสุทธิ)
ทรัพย์สินทั้งหมดที่มี-หนี้ทั้งหมด = + หรือ –
ตัวอย่างเช่น
คุณ A
มีทรัพย์สิน
- เงินสด 100,000
- หุ้น 200,000
- กองทุนรวม 100,000
- บ้านราคาตลาด 4,000,000
- รถราคาตลาด 600,000
รวม 5,000,000
หนี้สิน
- บ้านที่กำลังผ่อนอีก 3,800,000
- รถ 500,000
- บัตรเครดิต 300,000 จ่ายขั้นต่ำ
- สินเชื่อส่วนบุคคล 500,000
รวมหนี้ 5,100,000
มูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริงของคุณ A คือ
- -100,000 บาท
คุณ B
ทรัพย์สิน
- มีเงินสำรองฉุกเฉิน 300,000
- บ้าน 2,200,000
- RMF 200,000
- รถ EV ราคาตลาด 400,000
รวม 3,100,000
หนี้สิน
- รถ EV 300,000
มูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริงของคุณ B คือ
- +2,800,000 บาท
คิดว่า 2 คนนี้ใครมีสถานะการเงินดีกว่ากัน?
.
แล้วของเราล่ะ เป็นยังไงบ้าง ลองลิสต์ข้อมูลตัวเองแล้วเขียนออกมาดู รู้สึกยังไง มันโอเคไหม หรือเราอยากจะแก้ไขอะไรเพิ่มอีกบ้าง
2.Income & Expense (งบรายรับรายจ่าย)/เดือน
แบบ 1. รายรับ-รายจ่าย = เงินออม (สูตรคนทั่วไป)
ตัวอย่างเช่น คุณ B
รายรับ
- เงินเดือน 80,000
- ดอกเบี้ยออมทัพย์ 500
- Affiliate 2,000
รวม 82,500
รายจ่าย
- ค่ากิน ใช้จ่าย ค่าเดินทาง 20,000
- บัตรเครดิตจ่ายเต็ม 35,000
- ค่าผ่อนบ้าน 25,000
รวม 80,000
เงินออม
- +2,500
แบบ 2. รายรับ-เงินออม =รายจ่าย (สูตรคนรวย)
ตัวอย่างเช่น คุณ B คนเดิม
รายรับ
- เงินเดือน 80,000
- ดอกเบี้ยออมทัพย์ 500
- Affiliate 2,000
รวม 82,500
เงินออม
- 10,000
เอาไปเก็บเข้ากองเงินสำรองฉุกเฉินและแบ่งไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เข้าใจเป็นอย่างดี
เหลือเงิน 72,500 สำหรับใช้จ่าย
รายจ่าย
- ค่ากิน ใช้จ่าย ค่าเดินทาง 20,000
- บัตรเครดิตจ่ายเต็ม 27,500
- ค่าผ่อนบ้าน 25,000
คิดว่าแบบไหนดีกว่ากัน?
ปลาเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง แต่แค่อยากให้กลับมาให้ความสำคัญกับการเงินของตัวเอง บันทึกรายรับ รายจ่าย เป็นนิสัยเล็กๆ ที่ทำให้เราเห็นชีวิตตัวเองจริงๆ ว่าดีหรือยัง และจะเป็นตัวกำหนดอนาคตทางการเงินของเราด้วย
3.ประกัน
แผนประกันที่มีทั้งหมด – ความเสี่ยงด้านชีวิตและสุขภาพที่มีโอกาสเกิด = เพียงพอไหม?
ตัวอย่างเช่น
คุณ B ผู้หญิง โสด นิสัยดี หาเงินเก่ง
แผนประกันที่มีทั้งหมด
- ประกันสุขภาพเหมาจ่าย 5 ล้าน
(วงเงินค่ารักษาจ่ายให้โรงพยาบาล) - ประกันโรคร้ายแรง 500,000
(เงินชดเชยให้เรา) - ประกันชีวิต 600,000
(เราไม่ได้ใช้ แต่คนข้างหลังได้)
ความเสี่ยง
- โรคมะเร็ง , เนื้องอก : ค่ารักษา 1,000,000-5,000,000
- โรคหลอดเลือดสมอง : ค่ารักษา 100,000-800,000
- โรคหัวใจตีบ : 120,000-1,500,000
- ตุยกระทันหัน : ภาระดูแลคนในบ้าน 3,000,000
ไม่พอ ยังขาดอะไรอีก
ประกันสุขภาพ (เพียงพอแล้ว ณ ตอนนี้)
ประกันโรคร้ายแรง
ถ้าป่วยจริง เงินชดเชยใช้ได้หลายแนวทาง เช่น
- หยุดพักงานรักษาตัว
- จ้างคนดูแล
- ใช้เป็น Option ในการรักษาทางเลือกอื่นๆ
- เอาไปทำสิ่งที่อยากทำ แต่ไม่มีโอกาสได้ทำ
คิดว่าต้องมีเท่าไหร่?
จากตัวอย่าง มีได้สัก 1,000,000-3,000,000 ก็น่าจะดี
-ตอนนี้มีแล้ว 500,000 อยากมี 3,000,000
ก็เติมอีก 2,500,000
-อยากมี 1,000,000 ก็เติมอีก 500,000
ประกันชีวิต
มีแล้ว 600,000 อยากมี 3,000,000 ขาดอีก 2,400,000
จะวางแผนทีเดียว หรือค่อยๆ สะสมไป ก็ตามที่เงินสะดวก
ตัวเลขระดับความกังวลของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เจอ และความรับผิดชอบที่เรามีต่อใครสักคน ซึ่งใครคนนั้นอาจจะเป็นตัวเราเองก็ได้ หาความพอดีของเราให้เจอนะ
4.ลงทุน
เงินเย็นที่แยกออกจากกองเงินสำรองฉุกเฉิน และเงินสำหรับแผนอื่นๆ = เงินลงทุน
Mindset การลงทุน
แบบที่ 1 “ลงทุนเพราะธุรกิจนี้ดี และราคามันถูกกว่ามูลค่าจริง” = นักลงทุน
ตัวอย่างเช่น คุณ B
-ซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารในช่วงโควิด มูลค่า 300,000 เน้นถือยาว ปัจจุบัน ราคาหุ้นขึ้นมา 135%
มูลค่าพอร์ทคือ 706,000 แบบไม่รวมปันผล
สรุปแล้วได้กำไร 406,000+
แบบที่ 2 “ลงทุนเพราะคิดว่าไม่นานราคาจะขึ้น (มีคนมาซื้อต่อในราคาที่แพงกว่า)” = นักเก็งกำไร
ตัวอย่างเช่น คุณ C
ซื้อหุ้นธนาคารตอนช่วงต้นปี 300,000
1 เดือนถัดมา หุ้นราคาขึ้น 10% เป็นมูลค่า 330,000 จึงขายหมดพอร์ท ได้กำไร 30,000
ด้วยความมั่นใจ ถัดมาไม่นาน เข้าซื้อหุ้นอีกด้วยเงิน 300,000 เหมือนเดิม
ผ่านไป 1 เดือน ราคาหุ้นลงมา 12% เหลือมูลค่า 264,000
คุณ C เริ่มเครียด ทำการ Cut Loss ขายหุ้นหมดพอร์ท
ล็อตแรก กำไร 30,000
ล็อตสอง ขาดทุน 36,000
สรุป ขาดทุน 6,000
ได้อะไรจากบทเรียนนี้บ้าง
แล้วเราล่ะ เป็นนักลงทุน หรือ นักเก็งกำไร?
การลงทุนที่ดีก็ต้องการความรู้มากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเตรียมวิธีคิดของเรา การจัดพอร์ทให้ทนทานกับทุกสภาวะ การมีแผนจัดการความเสี่ยง การทำความรู้จักกับสินทรัพย์แต่ละตัว การเรียนรู้ตลอดชีวิตในโลกที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ
เป็นยังไงบ้าง
เราพอจะเห็นงบการเงินของตัวเองบ้างไหม ถ้าใครไม่เคยเช็คเลย เราจะไม่มีวันเห็นเรื่องราวทางการเงินของตัวเองอย่างจริงจัง แล้วก็เอาแต่กังวลไปเรื่อย แบบที่ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แล้วจะแก้ได้ยังไง วนลูปไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด
แต่ถ้าเราใส่ใจสักนิด ใช้สมการง่ายๆ ตามที่เล่าให้ฟัง เพื่อนจะเห็นความจริงของตัวเองมากขึ้น เผชิญหน้ากับเรื่องนี้ดูสักตั้ง แล้วชีวิตจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะ “การเงิน” คือ การเดินทางแบบไม่มีที่สิ้นสุด ขอให้วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะ
รัก💗
วางแผนการเงินให้พอดีกับชีวิต แอด Line : @wealthwithnapat

